หมอนขนเป็ดราคา

วิธีเลือกซื้อที่นอนจากเว็บ หมอนขนเป็ดราคา โดน ๆ เพื่อให้การนอนของคุณมีความสุข(ตอนที่ 3)

สวัสดีชาว softsleepy ทุกท่าน วันนี้ แอดมินขาย หมอนขนเป็ดราคา โดน ๆ กลับมาพบกับทุกท่านอีกแล้ว ซึ่งครั้งก่อนแอดมินได้ค้างเรื่องเกี่ยวกับการเลือกที่นอน ประเภทต่างๆไว้ โดยเรื่องล่าสุด นั้นก็คือ ที่นอน สปริงแบบต่างๆ

ในวันนี้ แอดมินขาย หมอนขนเป็ดราคา โดน ๆ จะกลับมาเล่าเกี่ยวกับเรื่องการเลือกซื้อที่นอน ให้ทุกท่านได้ฟังกันต่อวัน ยังเหลืออะไรอีกบ้าง

นอกจากที่นอนแบบสปริงแล้ว ยังมีที่นอนอีก ชนิดที่เราสามารถไปเลือกหาและนำมาใช้งานกันได้นั่นก็คือ

ที่นอนไม่มีสปริง

ที่นอนไม่มีสปริงนั้น ถือได้ว่าเป็นที่นิยมค่อนข้างมากๆ ในหลายๆ กลุ่มบุคคลทั่วไปเลยทีเดียว หลักๆ ของที่นอนแบบไม่มีสปริงที่นิยมกันสุดๆ เลยก็คือ ที่นอนยางพารา

ในปัจจุบันนั้น หลายๆแบรนด์ จะเน้นการทำที่นอนยางพาราเป็นจุดขายของแบนรด์เป็นหลักเลยทีเดียว  แต่ ไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะผลิตที่นอนยางพาราธรรมชาติจริงๆมาจำหน่ายได้ ซึ่ง แบรนด์ เก่าแก่ดั้งเดิมที่ทำที่นอนยางพารามาอย่างยาวนานนั่นก็คือ ยี่ห้อ Patex

ทั่วไปหลายท่านอาจจะเข้าใจผิดว่าที่นอนยางพารา แข็งมาก นอนไม่สบาย แต่ในความเป็นจริงที่นอนยางพาราที่ว่าแข็งเป็นที่นอนยางพาราแบบ ยางพาราอัด การเลือกซื้อที่นอนยางพารา ควรเลือกตามความแน่น ความแข็งที่เราต้องการ ยางพาราแบบอัดก็เหมาะสำหรับท่านที่ไม่สามารถนอนที่นอนนุ่มได้เลย เช่นเวลาเราอายุมากกระดูกมีการเปลี่ยนรูปไปแล้วไม่สามารถนอนที่นอนนุ่มได้เลย ก็จะพอใจที่นอนแข็งๆ เช่นที่นอนยางพาราอัด

ส่วนทั่วไปที่นอนยางพาราแบบ 7 zone หรือที่นอนยางพาราหล่อ จะยืนหยุ่นและรองรับหลังได้มากกว่า หนุ่มสาว วัยทำงาน จะพอใจมากกว่า สำหรับการเปรียบเทียบที่นอนยางพารา แต่ละแบรนด์ ความแตกต่างอย่างแรก คือ ความนุ่ม สำหรับที่นอนยางพาราจาก Dunlopillo กับที่นอนยางพาราจาก Patex ที่นอนจาก Dunlopillo จะนุ่มกว่า การประกอบยางพาราจากต่างประเภทของไทยกับยุโรปไม่เหมือนกัน ทาง Dunlopillo จะเสริมยางพาราเป็นชั้นๆไล่ความแน่น ส่วนยางพาราจาก Patex จะหล่อมาตามความหนา โดยเลือกซื้อรุ่มที่ความแน่นไม่เท่ากัน และความหนาตามที่เราต้องการได้เช่น 4-6-8-10 นิ้ว

เมื่อที่นอนยางพาราเป็นที่นิยมในตลาดมาก แต่ด้วยต้นทุกวัสดุที่สูง ที่นอนยางพาราแท้จริงๆๆ ราคาจะเริ่มต้นที่สูงมาก

ดังนั้น โรงงานที่นอนจึงมีการประกอบที่นอนที่คล้ายๆที่นอนยางพาราคือ ที่นอนพียูโฟม เนื่องจากเป็นที่นอนที่ไม่มีสปริงเป็นส่วนประกอบเช่นกัน หลายท่านลองนอนแล้วแยกความแตกต่างไม่ออก (แต่ความคงทน ความยืนหยุ่น ความคืนตัว) พวกนี้แตกต่างกันอย่างแน่นอน ที่นอนยางพาราจะรองรับหลังสบายกว่า ไม่ยุบตัวตามกาลเวลา ไม่เหมือนที่นอนแบบพียูโฟม

ความแตกต่างทางด้านต้นทุนของ พียูโฟม และที่นอนยางพารา ทำให้ ลูกค้าได้ที่นอนที่คล้ายๆกัน แต่ราคาถูกกว่า ในทำนองเดียวกัน ก็เป็นจุดที่ บริษัทที่นอนที่ไม่จริงใจใช้หลอกลวงจำหน่ายที่นอนพียูโฟม ว่าเป็นที่นอนยางพารา

สุดท้ายนี้ ที่นอนทุกประเภทมีการประกอบเพื่อให้ได้ ฟิวลิ่ง feeling หรือความรู้สึกในการนอนที่แตกต่างกันได้มากกว่า 50แบบ ความต่างตรงนี้ บางท่านแยกได้ บางท่าน นอนหลายๆ ตัวแยกไม่ออก เนื่องจากปัจจัยทางสรีระ และน้ำหนักตัวของแต่ละท่านนั่นเอง จึงแนะนำให้เลือกจาก ความรู้สึกที่ชอบ ความคงทน วัสดุที่ดี เพื่อให้ได้ที่นอนที่ใช้งานได้นานนับ 10ปี เพราะเราใช้เวลาในการนอนหลับสบายมากถึง 8 ชั่วโมงต่อวันหลังทำงานหนักมาตลอดวัน เราทุกคนควรได้นอนหลับพักผ่อนที่สบาย

ส่วนใครที่ยังมองหาทั้งที่นอนและ หมอนที่จะใช้หนุนให้นอนกลับสบายนั้น ทางแอดมินแนะนำ ที่เว็บ softsleepy เพราะทางเราติดต่อ โรงงานผลิต หมอนขนเป็ด เองดังนั้นเรื่องคุณภาพมั่นใจได้เลย

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

 

หมอนขนเป็ดเทียม

วิธีเลือกซื้อที่นอนจากเว็บ หมอนขนเป็ดเทียม เพื่อให้การนอนของคุณมีความสุข(ตอนที่ 2)

สวัสดีทุกท่าน วันนี้เรากลับมาพบกันอีกแล้ว กับบทความ เลือกที่นอนให้เข้ากับ  หมอนขนเป็ดเทียม  เมื่อตอนก่อนนี้ เราได้พูดถึงที่นอนยี่ห้อ ที่มีสปริงเป็นตัวรับแรง กันไป สองยี่ห้อแล้ว

ในวันนี้ แอดมินเว็บ  หมอนขนเป็ดเทียม  ก็มาจะให้ข้อมูลต่อจากตอนก่อน อย่างที่เราได้อ่านๆกันไป ที่นอนแบบที่มีสปริง เป็นตัวรับแรงกระแทกนั้น จำเป็นต้องมีวัสดุดีดีในการหุ้มชั้นบนของที่นอน เพราะว่าถ้าตัววัสดุนั้นไม่ได้ใช้ของดีมาก อาจจะทำให้แทนที่ สปริงราคาแพงๆ ประสิทธิภาพดีดี อาจจะหมดความหมายไปเลยก็ได้ ส่วนจะมีอะไรต่อนั้นไปอ่านกันเลย

สปริงแบบ Pocket Spring

สปริงแบบนี้ เป็นสปริงที่คุ้นหูเรามากที่สุด อาจจะเพราะ สปริงอิสระแบบ Pocket Spring เป็นประเภทสปริงที่แทบทุกโรงงานสามารถผลิตได้ ทุกโรงงานที่นอนมีที่นอนประเภท Pocket Spring ขาย และก็จะ อธิบายถึงคุณสมบัติ การพลิกตัวไม่สะเทือนถึงคนที่นอนข้างๆกันเสมอ จึงเป็นหนึ่งในประเภทที่นอนที่มีการจำหน่ายมาก เช่นเดียวกันกับที่นอนสปริงประเภทอื่นๆ

ความสบายของแต่ละที่นอน หรือความนุ่มไม่นุ่มขึ้นกับชั้นวัสดุเหนือสปริง ว่าใช้วัสดุนุ่ม วัสดุแน่นแค่ไหน

วัสดุพื้นฐานที่ใช้เสริมด้านบนสปริงทุกประเภท คือพียูโฟม ฝ้ายอัด หรือ วัสดุยางพารา (โฟมยางพาราไม่มีนะส่วนมากเป็น ศัพย์ที่พนักงานพยายามนำมาใช้ เพื่อให้สับสนกับยางพารา โดยทั่วไป โฟมยางพารา หรือยางพาราสังเคราะห์ ก็คือ พียูโฟม หรือ ฟองน้ำ นั่นเอง แต่ฟองน้ำมีหลากหลายคุณภาพมาก)

*หากจะให้มั่นใจว่าที่นอนที่เรากำลังเลือกเสริมวัสดุใดให้ ดูจากใบแคตตาล๊อกที่นอน หรือลายปักบนที่นอน ที่แปะวัสดุเสริมไว้ เช่น

หลายแบรนด์ จะจริงใจตรงไปตรงมา ระบุชัดเจนว่า ผลิตจากวัสดุใด เสริมด้วยวัสดุใด

สปริงแบบ PS1500 หรือ Posture Pocket Spring

หากขึ้นชื่อว่าสปริงแบบนี้ แสดงว่าดูที่นอนจาก Slumberland มา เพราะสปริงประเภทนี้เป็นสปริงเอกลักษณ์ลิกขสิทธิ์ของ Slumberland เท่านั้น แตกต่างจากสปริง Pocket Spring ตรงที่ แทนที่จะหุ้มผ้าแยกอิสระต่อ 1 ลูก สปริง สปริงนี้จะหุ้มผ้าต่อ 1 แถวของสปริง หรืออีกลักษณะที่พนักงานขายจะยกขึ้นมาเป็นจุดขาย คือสปริง 1500 ตัว แต่ในความเป็นจริงเป็นเพราะสปริงจะเป็นขด ทาง สลัมเบอร์แลนด์นับ 1 ขด เป็น 1 ลูก จึงนับได้จำนวนมาก เพราะ ปกติหาก เป็น Pocket Spring อิสระ จะนับเป็นลูกได้ 800 กว่าลูกเท่านั้น จำนวนลูกสปริงตัดสินคุณภาพที่นอนไม่ได้ เน้นอีกครั้ง ความสบายจะขึ้นกับวัสดุเหนือสปริงมากกว่า

สปริงแบบ PS1200

สปริงแบบนี้หรือ Continuous Spring เป็นสปริงต่อเนื่อง เฉพาะของ Slumberland สปริงแบบนี้จะดีกว่าสปริงแบบ บอร์เนียวสปริงตามข้างต้นตรงที่ไม่ค่อยสะเทือนมากเท่า รองรับหลังได้มากกว่า

ประเภทของสปริงแบบต่างๆที่มีขายในปัจจุบันนั้นจะมีเพียงเท่านี้ ถ้าจะมีเพิ่มอาจจะต้องรอ นวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาช่วย ในครั้งหน้า เราจะมาภูดถึงที่นอนแบบไม่มีสปริงกันบ้าง ส่วนวันนี้ ถ้าใครกำลังมองหาร้าน ขายส่ง หมอนขนเป็ด อยู่ล่ะก็แนะนำ ติดต่อได้ที่หน้าเว็บไซด์ได้เลย

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

หมอนขนเป็ด

วิธีเลือกซื้อที่นอนจากเว็บ หมอนขนเป็ด เพื่อให้การนอนของคุณมีความสุข(ตอนที่ 1)

สวัสดีชาวเว็บ หมอนขนเป็ด  ทุกท่านวันนี้เรากลับมาพบกันอีกแล้วกับ แอดมินประจำเว็บของ softsleepy หลังจากที่เรากล่าวถึงประเภทของที่นอนยาวไปยันวัสดุที่ใช้กันไปแล้วนั้น

วันนี้แอดมินของเว็บ หมอนขนเป็ด จะมาพูดถึง วิธีการเลือกซื้อที่นอนให้เหมาะสมกับเรากันดีกว่า

หมอนขนเป็ด

การเลือกซื้อที่นอนดีดีซักหลังนั้น จริงๆแล้วก็ไม่ง่าย เพราะ บางคนอาจจะชอบแบบนิ่มๆ แต่พอนอนจริงๆกลับไม่ค่อยจะสบายตัวกันมากนัก แต่พอไปนอนที่นอนแบบแข็งแล้วกลับนอนไดสบายกว่า  ดังนั้นวันนี้เว็บ ของเราจึงได้มีแนวคิดของการเลือกที่นอนมาให้อ่านกัน

สเป็กหลักๆของที่นอนนั้นปกติจะมีสองแบบคือ

ที่นอนมีสปริง กับ ที่นอนไม่มีสปริง

ถ้าถามว่าแบบไหนดีกว่ากัน ทางเราเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าแบบไหนดีกว่ากัน แต่โดนทั่วไปแล้วนั้น ที่นอนที่มีวัสดุด้านบนสุดรองรับหลังเราได้ดีที่สุดนั่นล่ะทำให้เรานอนสบายที่สุด

ที่นอนที่มีสปริงเสริมวัสดุชั้นบนเ ก็นอนสบายได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นที่นอนสปริงนั้นมีหลากหลายสเป็ค ทั้งที่นอนสปริงแบบเบอร์นียว สรปิงแบบ Pocket Spring หรือ Posturetech หรือ Posturepedic สปริง

ประเภทของสปิงแบบต่างๆนั้น ถือว่าเป็นจุดขายหรือเคล็ดลับทางธุรกิจของเจ้าของแบรนด์เลยก็ว่าได้ ส่วนที่นอนแบบไม่มีสรปิง ก็จะเป็นที่นอนประเภท พียูโฟม ที่นอนยางพารา หรือที่นอน เมมโมรี่โฟม

สิ่งที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจนของที่นอน แบบ มีสรปิงและ ไม่มีสปริงนั้น ก็คือความ “เด้ง” หรือความยืดหยุ่นของการนอน ที่นอนที่ไม่มีสปริงนั้น เวลาเรากระโดดหรือเราพลิกตัวจะรู้สุด้านๆ ไม่เด้งเท่าที่ควร

ที่นอนมีสปริง

ที่นอน สปริงนั้นมีหลายประเภท ประเภทที่ราคาถูกที่สุดคือ

1. สปริงแบบ บอร์เนียวสปริง (แบบนี้ใช้ตามหอพัก รีสอร์ท ราคาไม่แพง) นอนแล้วเด้งมากๆๆ พลิกตัวจะสะเทือนไปแนวข้าง

รุ่นพื้นฐานเลยจะผ้าหุ้มสีริ้วเทา แบบนี้จะราคาถูกสุดทั่วไปราคาประมาณ 5,000-6,000 บาท สำหรับที่นอนที่ไม่มีแบรนด์ หรือหากแบบมีแบรนด์ จะราคาประมาณ 9,000-10,000 บาท ที่นอนประเภทนี้ ยิ่งหนา แสดงว่ามีชั้นวัสดุมากทำให้ไม่รู้สึกถึง สปริงด้านล่างมากเกินไป

2. สปริงแบบ Posturepedic สำหรับสปริงแบบ นี้ จะ มี เฉพาะจากที่นอน ยี่ห้อ Sealy เท่านั้น สปริงแบบนี้จะเป็น สปริงลิกขสิทธิ์ ของ Sealy จุดเด่นคือ นุ่มเด้ง สไตล์โรงแรม สำหรับท่านที่ไปเที่ยวพักที่นอนตามโรงแรมหลายดาวต่างๆ และรู้สึกว้าว นอนนุ่มสบายมากๆ ก็จะฟิว ของที่นอน Sealy

ราคาของที่นอนประเภทนี้หลากหลายตามวัสดุเหนือสปริง เพราะวัสดุเหล่านั้นจะเป็นตัวชี้ ความนุ่ม ความยุบจมของตัวเราในที่นอน บางท่านชอบที่นอนนุ่มมากห่อตัวมาก บางท่านชอบที่นอนนุ่มแต่ไม่จม บางท่านชอบที่นอนที่พลิกตัวง่ายๆ ราคาของที่นอน Sealy 10,900 – 48,000 บาท ตามความหนา 9 ถึง 13 นิ้ว

*ที่นอน Sealy ทุกรุ่น เคลือบด้วยไททาเนียม และสามารถพับครึ่งได้ (เพื่อง่ายต่อการขนย้าย)

ผ่านไปแล้วสำหรับที่นอนสองยี่ห้อหลักๆที่มีขายในบ้านเรา สำหรับใครที่ยังไม่ได้เลือกซื้อที่นอนหรือกำลังจะเปลี่ยนล่ะก็ แอดมินเว็บ หมอนขนห่าน ก็อยากจะให้ชั่งใจรอไว้ก่อนนิดนึง เพื่อบทความต่อๆไปที่เราจะกล่าวถึง ที่นอนในแบบอื่นๆ กันต่อ

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

 

หมอนขนเป็ดเทียมราคา

เลือกซื้อที่นอนให้เหมาะกับ หมอนขนเป็ดเทียมราคา โดนๆ เพื่อการนอนหลับสบาย (ตอนที่ 7)

สวัสดี ผู้อ่านทุกท่าน ในค่ำคืนของวันศุกร์เช่นนี้ อีกไม่กี่วัน ก็จะสิ้นเดือนกันแล้ว หลายๆท่านอาจจะยังมองหา หมอนขนเป็ดเทียมราคา โดนๆ กันอยู่ แต่ยังหาร้านดีดีไม่เจอ ถ้ายังไม่เจอไม่เป็นไร ขอให้ทุกท่านได้ลองอ่านบทความนี้ก่อนการตัดสินใจ

หลังจากที่เราได้ลงเรื่องราวของที่นอนในแบบต่างๆให้เข้าคู่กับ หมอนขนเป็ดเทียมราคา ดีดี ที่ทุกท่านได้เลือกหามาใช้แล้วนั้น ในวันนี้ก็จะเป็นที่นอนแบบสุดท้ายที่ทางแอดมินจะได้นำเสนอให้อ่านกัน นั่นก็คือ ที่นอนสปริง

หมอนขนเป็ดเทียมราคา

ที่นอนสปริง (Spring Mattress)

ที่นอนประเภมสุดท้าย ที่เราจะนำเสนอคือที่นอนสปริง หรือ Spring Mattress จัดว่าเป็นที่นอนที่ใช้การผสมผสานระหว่างวัสดุสังเคราะห์ และ วัสดุธรรมชาติ กับเทคโนโลยีกระจายน้ำหนัก รวมเข้าไว้ด้วยกัน จึงทำให้ที่นอนสปริงนั้นเป็นที่นิยมกันมาก แถมยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานหลายปี จึงเหมาะกับผู้ที่เปิดธุรกิจโรงแรม หรือ รีสอร์ทต่างๆ

ตัวที่นอนสปริงนั้น จะมีความหนากว่าที่นอนประเภทอื่นๆ เนื่องจากจะต้องมีการใส่ตัวสปริงเข้าไปไว้ด้านใน เพื่อที่จะใช้รองรับน้ำหนักและดูดซับแรงกด แรงกระแทกแบบต่างๆ นอกจากนี้แล้วที่นอนสปริงยังมีหลายรูปแบบอีกด้วย ซึ่งแต่ล่ะแบบนั้น จะมีเทคโนโลยีที่แต่งต่างกัน ตามแต่ล่ะยี่ห้อ

ประเภทของที่นอนสปริง  (Types of  Spring Mattress)

5.1 ที่นอนบอนแนลล์สปริง (Bonnell Spring Mattress)

เป็นสปริงแบบดั้งเดิม ที่สร้างในลักษณะของการยึดสปริงแต่ละลูกเข้าไปในแผ่นของที่นอน ซึ่งยังไม่มีความคงทน แน่นหนามากนัก จึงมีโอกาสทำขดลวดของสปริงล้มและทำให้รูปทรงของที่นอนผิดรูปไปได้ และยังมีโอกาสก่อให้เกิดการเสียดสีกันระหว่างสปริง ทำให้เกิดเสียงดังขึ้น แต่จะมีราคาที่ถูกกว่าแบบอื่นๆ

5.2 ที่นอนออฟเซตสปริง (Offset Spring Mattress)

เป็นสปริงที่ทำงานแบบเชื่อมโยง ขมวดปมถึงกัน แต่จะมีความแข็งกระด้าง และไม่ยืดหยุ่นทำให้เวลาในเวลาที่ผู้นอนขยับ หรือ พลิกตัวไปมา จะส่งผลรบกวนกับคนที่นอนด้วย  ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาให้กลายเป็นแบบ Open Offset เพื่อลดแข็งกระด้างของสปริงให้น้อยลง ทำให้รองรับน้ำหนักร่างกายได้ดีมากขึ้น

5.3 ที่นอนพ็อกเก็ตสปริง (Pocket Spring Mattress)

พ็อกเก็ตสปริง (Pocket Spring) จะเป็นสปริงแบบแยกอิสระ วางเรียงกันเป็นแถวๆ เป็นร้อยๆ ลูก โดยด้านบนของสปริงอาจจะเป็นแผ่นฟองน้ำอัด เกรดต่างๆ อีกทีหนึ่ง

ชุดสปริงจะถูกสวมอยู่ในถุงผ้าอีกทีหนึ่ง เพื่อกันปัญหาการเสียดสีกัน หรือ ขบกันของสปริงแต่ละตัว และ ยังป้องกันไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวน เวลาขยับหรือพลิกตัวขณะนอนนั่นเอง แถมคนข้างๆ ก็ยังไม่รู้สึกตัวขณะที่เราพลิกตัวเช่นกัน

นอกจากนี้แล้ว ที่นอนพ็อกเก็ตสปริง ก็ยังสามารถรองรับกับสรีระของร่างกายได้เป็นอย่างดี แต่จะมีราคาที่สูงกว่าที่นอนสปริงแบบอื่นๆ อยู่เหมือนกัน

ข้อดี

มีให้เลือกหลากหลายราคา
(โดยรวมแล้ว ถูกกว่า ที่นอนยางพาราแท้)

มีความยืดหยุ่น และสามารถคืนตัวได้ดี
(ในบางรุ่นอาจดีกว่าแบบ ที่นอนยางพาราแท้)

สามารถกระจายน้ำหนักของร่างกาย ไม่ให้เกิดแรงกดทับของสรีระส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป
(โดยเฉพาะคนที่ชอบนอนตะแคง จะช่วยลดการกดทับของไหล่ และสะโพกได้เป็นอย่างดี)

ระบายอากาศได้ดี ให้ความรู้สึกที่เย็นสบายกว่าที่นอนแบบฟองน้ำและ ยางพารา

มีความแข็งแรงคงทน ใช้งานได้นาน
(ต้องเป็นแบบสปริงแท้ คุณภาพดี ไม่ใช่แบบที่เป็นลักษณะของ ขดลวด)

ข้อเสีย

เมื่อใช้เป็นเวลานานๆ เมื่อเกิดการเสื่อมของตัวสปริง เวลานอนขยับ หรือ พลิกตัว จะเกิดการเสียดสีของตัวสปริง ทำให้มีเสียงดังรบกวนขณะนอนหลับ

จบกันไปแล้วสำหรับที่นอนแบบต่างๆ ที่ลากยาวกันมาถึง 7 ตอนเข้าด้วยกัน ที่นี้ใครที่ยังไม่ได้ หาซื้อ หมอนขนเป็ดเทียม โรงแรม เกรดดีดี เราแนะนำติดต่อที่หน้าเว็บกันได้เลย ส่วนใครที่ยังช่างใจที่จะเปลี่ยนที่นอนของคุณใหม่ตอนนี้ไม่ต้องลังเลแล้ว สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าก้าวออกไปที่ร้านใกล้บ้านได้เลย

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

หมอนขนเป็ดราคา

เลือกซื้อที่นอนให้เหมาะกับ หมอนขนเป็ดราคา โดนๆ เพื่อการนอนหลับสบาย (ตอนที่ 6)

สวัสดีเพื่อนๆ ชาว softsleepy ทุกท่าน วันนี้เราได้กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทความ เลือกที่นอนอย่างไร ให้เข้ากับ หมอนขนเป็ดราคา โดนๆ เพื่อการพักผ่อนที่ดีที่สุด ตอนที่ 6 กันไปแล้ว หลังจากที่แอดมิน ได้เขียนถึง ประเภทของที่นอน และ วัสดุที่ใช้ทำตั้งแต่ที่นอนเตียงเดี่ยว เตียงคู่ หรือ อาจจะเป็น วัสดุที่ใช้ทำเช่น ยางพารา นุ่น ใยมะพร้าว

แอดมิน คิดว่าหลายๆท่านน่าจะได้เลือกที่ซื้อที่นอน หมอน มุ้งกันไปมั้งแล้ว แต่ถ้าสำหรับใครยังชั่งใจอยู่ว่าจะซื้อที่นอน แบบไหน หรืออยากได้ หมอนขนเป็ดราคา โดนใจ ลองอดใจไว้ก่อน เพราะทางเว็บ softsleepy ยังเหลือที่นอนอีก สองแบบ ที่กำลังจะนำเสนอให้อ่านกัน  ส่วนจะมีอะไรนั้นไปดูกันเลย

หมอนขนเป็ดราคา

ที่นอนฟองน้ำ (Sponge Mattress)

มาถึงที่นอนประเภทที่ 4 ที่นอนฟองน้ำ หลายๆคนคงงงว่า ทำไมถึงแบ่งประเภทที่นอนฟองน้ำเป็นประเภทที่ 4 ทั้งๆที่ ที่นอนแบบอื่นๆ ก็มีบุหน้าด้วยฟองน้ำอยู่แล้ว ไม่มากก็น้อย  ไม่น่าจะนำฟองน้ำมาเป็นประเภทของที่นอนได้เลยไม่ใช่หรือ

แต่ช้าก่อนพี่ท่าน ที่นอนฟองน้ำในที่นี้ คือที่นอนที่ใช้ฟองน้ำจริงๆ ทั้งหลัง หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Sponge Mattress เป็นที่นอนที่ใช้วัสดุสังเคราะห์ ทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้ฟองน้ำชิ้นเล็กๆ มาบีบอัดด้วยเครื่องอัดแรงดันสูง แบบที่ใช้ทำที่นอนยางพาราแบบอัดแน่น จากนั้นอาศัยกระบวนการทางเคมี แล้วจึงนำมาขึ้นรูปทรงกับขนาดตามที่ต้องการ

นอกจากที่นอนฟองน้ำแล้วอย่างที่ทุกท่านสงสัย ที่นอนฟองน้ำ มักจะนิยมนำไปผสมกับวัสดุใยมะพร้าว หรือที่เรียกกันว่า ที่นอนฟองน้ำใยมะพร้าว เพื่อให้มีความแข็งมากขึ้น และ เกิดการยุบตัวน้อยลงจากการรับน้ำหนักของผู้นอน สามารถรองรับสรีระร่างกายได้ดี ในราคาที่ถูกกว่า ส่วนสาเหตุที่เขานำไปผสมกับใยมะพร้าวเพราะว่า ที่นอนฟองน้ำเดิมๆ อาจจะเกิดการใช้งานนานๆแล้วทำให้เกิดการยุบตัวลงเรื่อยๆ เมื่อถึงวันนึงก็จะไม่สามารถใช้นอนได้เพราะเมื่อนอนแล้วจะเกิดอาการปวดหลัง ดังนั้นเขาจึงผสมกับใยมะพร้าวเพื่อให้กระบวนการยุบตัวนี้ช้าลง

ข้อดี

มีน้ำหนักเบา สามารถยก และเคลื่อนย้ายได้ง่าย

ให้ความรู้สึกที่นุ่ม คล้ายกับที่นอนที่ทำจากวัสดุยางพารา

มีราคาถูก นิยมใช้ตามหอพัก
(เมื่อเทียบกับ ที่นอนยางพารา และ ที่นอนใยมะพร้าว)

มีความยืดหยุ่น และสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี
(แต่น้อยกว่า ที่นอนแบบยางพาราแท้)

มีความทนทาน ใช้งานได้นาน
(แต่น้อยกว่า ที่นอนแบบยางพาราแท้)

ข้อเสีย

มีระบบการระบายอากาศได้ไม่ดี ทำให้เกิดกลิ่นอับได้ง่าย

วัสดุฟองน้ำสังเคราะห์ที่ไม่ได้คุณภาพ เมื่อใช้เป็นเวลานาน จะเกิดการยุบตัวในลักษณะที่เป็นแอ่ง ทำให้มีอาการปวดหลังได้

เกิดฝุ่นละอองสะสมบนที่นอนได้ง่าย

จบกันไปแล้วสำหรับที่นอนฟองน้ำ เห็นหรือไม่ว่า ตัวเลือกสำหรับการซื้อที่นอน นั้นมีมากมายหลากหลาย เหมาะกับความสะดวกของกระเป๋าเงินท่านๆเสียเหลือเกิน ใครชอบแบบไหน แอดมินแนะนำว่า ขอให้ลองนอนดูจริงๆ ก่อน เพราะ ถ้าเราใช้มือกดๆ บางทีมันอาจจะยุบตัวมากเกินกว่าปกติ จนทำให้เราคิดว่า น่าจะนุ่มนอนสบาย แต่เมื่อลองซื้อมานอนจริงๆกลับไม่เหมือนที่คิดไว้ ดังนั้น เมื่อจะซื้อที่นอน ควรลองนอนจริงๆ ก่อนซักครั้ง

สำหรับตอนนี้ใครที่ยังหาซื้อ หมอนขนเป็ด โรงแรม เกรด สามารถติดต่อจากช่องทางหน้าเว็บได้เลย เจอกันครั้งหน้า

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

หมอนขนเป็ดเทียม

เลือกซื้อที่นอนอย่างไรให้เหมาะกับ หมอนขนเป็ดเทียม เพื่อการเข้าคู่ที่ดีที่สุด (ตอนที่ 5)

สวัสดี ชาวเว็บ softsleepy ทุกท่าน เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร กันบ้างช่วงนี้ฝนค่อนข้างตกชุกในหลายๆพื้นที่ ทางเราหวังว่าทุกท่านจะได้ หมอนขนเป็ดเทียม ไปนอนกันให้สบายตัวสบายใจท่ามกลางความเย็นสบายของสายฝนที่สาดกระเซ็นไปทั่วแต่อย่างไร ทางเว็บเราก็เป็นห่วงผู้อ่านทุกท่านว่า จะไม่สบายเพราะการออกไปตากฝน ดังนั้นในช่วงฤดูฝนเช่นนี้ จึงควรที่จะดูแลรักษาสุดภาพและไม่ออกไปตากฝนโดยไม่จำเป็น ส่วนในวันนี้ทางเรามีบทความดีดี ที่จะมาแนะนำให้อ่านกันหลังจากที่เราได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับการเลือกซื้อที่นอนอย่างไรให้เหมาะสมกับ หมอนขนเป็ด ที่ทุกท่านได้เลือกเฟ้นกันอย่างเต็มที่แล้วนั้น เพราะความสุขของมนุษย์ไม่มีอะไรมาไปกว่าการได้หลับพักผ่อนจากการตรากตรำทำงานในแต่วัน บางอาชีพอาจจะทำงานหนักหน่อย ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ บางอาชีพทำงานในห้องแอร์แต่ต้องนั่งอยู่ติดเก้าอี้กันแทบจะครบเก้าชั่งโมงกันเลย ซึ่งนั่นเป็นการทำให้ร่างกายอยู่ในสะภาวะที่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนัก การทำงานหนักอย่างยกของหนัก หรื เดินทางนานๆ หรือ ยืนนานๆ ตากแดงตากลมตากฝน ก็เป็นสาเหตุของการไม่สบายเอาได้ ส่วนคนที่นั่งทำงานติดเก้าอีกวันนึงมากกว่าแปดชั่วโมง ก็อาจจาทำให้สุขภาพของคุณแย่จากการไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แต่ธรรมชาติสร้างเราให้พักผ่อนในตอนกลางคืน ดังนั้นการสร้างเสริมคุณภาพการนอนด้วยหมอนดีดีซักใบ ที่นอนเหมาะๆซักหลังก็คงจะไม่เป้นเรื่องที่แย่จนเกินไป

หลังจากที่ครั้งก่อนเราได้เสนอวัสดุที่ใช้ทำที่นอนที่น่าจะเข้าคู่กับ หมอนขนเป็ดเทียม แบบที่สองหรือก็คือที่นอน นุ่น กันไปแล้ววันนี้เราจะมาพูดถึงที่นอนอีก 1 ตัวที่อยู่คู่กับสังคมไทยเรามานาน ด้วยความแข็งแรงและราคาก็ไม่ได้โหดร้ายขนาดทำร้ายจิตใจกันมากนัก นั่นก็คือ ที่นอนใยมะพร้าว

หมอนขนเป็ดเทียม

ที่นอนใยมะพร้าว (Coconut Fiber Mattress)

หลายๆท่านน่าจะเคยได้ลิ้มลองนอนกับที่นอนชนิดนี้กันไปบ้างแล้วไม่มากก็น้อย เพราะว่า มันเป็นที่นอนที่แทบจะอยู่กับบ้านเรามานาน โดยวัสดุนั้นก็ตามชื่อของมันเลยหรือก็คือ ใยมะพร้าวนั่นเอง

ก่อนจะไปดูข้อดีข้อเสียของที่นอนใยมะพร้าวนั้น ทางเว็บ softsleepy อยากให้ทุกท่านรู้ก่อนว่า มะพร้าวนั้น บ้านเราสามารถหาได้ง่าย เพราะมีปลูกแทบจะทุกพื้นที่ไม่ว่าจะมะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวแกง หรืออื่นๆ แล้วตัวมะพร้าวเองนั้น ยังมีประโยชน์แทบจะทุกด้านไม่ว่าจะเป็น

เนื้อมะพร้าวแก่ นำไปทำกะทิได้ โดยการขูดเนื้อในเป็นเศษเล็ก ๆ แล้วบีบเอาน้ำกะทิออก

น้ำมะพร้าว ใช้เป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ได้ เนื่องจากอุดมไปด้วยโพแทสเซียม นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติปลอดเชื้อโรค และเป็นสารละลายไอโซโทนิก ซึ่งด้วยเหตุนี้จึงสามารถนำน้ำมะพร้าวไปใช้ฉีดเข้าหลอดเลือดเวน ในผู้ป่วยที่มีอาการขาดน้ำหรือปริมาณเลือดลดผิดปกติได้ น้ำมะพร้าวสามารถนำไปทำ วุ้นมะพร้าว ได้ โดยการเจือกรดอ่อนเล็กน้อยลงในน้ำมะพร้าว

กากมะพร้าว ที่เหลือจากการคั้นกะทิ ยังสามารถนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ได้

ยอดอ่อนของมะพร้าว หรือเรียกอีกชื่อว่า หัวใจมะพร้าว (coconut’s heart) สามารถนำไปใช้ทำอาหารได้ ซึ่งยอดอ่อนมีราคาแพงมาก เพราะการเก็บยอดอ่อนทำให้ต้นมะพร้าวตาย ด้วยเหตุนี้จึงมักเรียกยำยอดอ่อนมะพร้าวว่า “สลัดเจ้าสัว“ (millionaire’s salad)

ใยมะพร้าว นำไปใช้ยัดฟูก ทำเสื่อ หรือนำไปใช้ในการเกษตร

น้ำมันมะพร้าว ได้จากการบีบหรือต้มกากมะพร้าวบด นำไปใช้ในการปรุงอาหารหรือนำไปทำเครื่องสำอางก็ได้ และในปัจจุบันยังมีการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันมะพร้าวอีกด้วย

กะลามะพร้าว นำไปใช้ทำสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ เช่น กระบวย โคมไฟ กระดุม ซออู้ ฯลฯ

ก้านใบ หรือ ทางมะพร้าว ใช้ทำไม้กวาดทางมะพร้าว

จั่นมะพร้าว (ช่อดอกมะพร้าว) ให้น้ำตาล

จาวมะพร้าว ใช้นำมาเป็นอาหารได้ ในจาวมะพร้าวมีฮอร์โมนออกซิน และฮอร์โมนอื่นๆแต่ มี ฮอร์โมนออกซินปริมาณมากที่สุด ซึ่งเมื่อนำไปคั้น และนำน้ำที่ได้จากจาวมะพร้าว ไปรดต้นพืช จะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืชได้

เห็นไหมว่า มะพร้าวนั้นมีประโยชน์มากมาย ในส่วนของที่นอนนั้นจะใช้ใยมะพร้าวในการผลิต ตัวที่นอนจากใยมะพร้าวนั้นมีความแข็งค่อนข้างมาก โดย เราจะนำใยมะพร้าวที่ได้จากเปลือกชั้นกลางของลูกมะพร้าวมาอัดแน่น ให้เป็นแผ่น เพื่อให้เป็นรูปทรงของที่นอน

ที่นอนใยมะพร้าวนั้นมีความแข็งกระด้างมาก จึงเหมาะกับคนที่ชอบนอนเตียงที่มีความแข็งในระดับนึง ส่วนนั้นหนักนั้นจะค่อนข้างเบา เพราะตัวใยมันไม่ได้หนักมาก

ข้อดี

มีความแข็ง และกระด้างอยู่ในตัว

สามารถคงรูปทรงได้ดี และยุบตัวได้ยาก

มีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา

ช่วยลดปัญหาการปวดหลัง จากการนอนบนที่นอนนิ่มๆ ยวบๆ ซึ่งไม่เหมาะกับสรีระร่างกายของผู้นอน

สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ

ข้อเสีย

เมื่อหมดอายุการใช้งาน หรือเมื่อเสื่อมสภาพแล้ว จะเกิดการเปื่อยยุ่ย ก่อให้เกิดขุย และไรฝุ่น ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ

มีความนุ่ม และยืดหยุ่นน้อย ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบนอนที่นอนแบบแข็งๆ

จบกันไปแล้วสำหรับที่นอนมะพร้าว แนะนำกันอีกรอบสำหรับใครที่ทราบ หมอนขนเป็ดข้อดี ต่างๆของมันไปแล้วนั้น อยากจะหาจับจองแนะนำติดต่อที่หน้าเว็บของ softsleepy กันได้เลย

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

หมอนขนเป็ด

เลือกซื้อที่นอนอย่างไรให้เหมาะกับ หมอนขนเป็ด เพื่อการเข้าคู่ที่ดีที่สุด (ตอนที่ 4)

กราบสวัสดีทุกท่าน วันนี้เรากลับมาพบกันอีกแล้วกับแอดมิน softsleepy หลังจากที่เราได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับการเลือกซื้อ หมอนขนเป็ด ให้เหมาะกับการนอนของแต่ล่ะท่านกันไปหลายบทความแล้ว

ในตอนก่อนนั้นนอกจากเราจะพูดถึง การเลือกซื้อ หมอนขนเป็ด กับที่นอนในแบบต่างๆ กันไปแล้ว ทุกท่านน่าจะยังตำได้ว่า ที่นอนแบบยางพารานั้นมีกี่แบบ และมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร

หมอนขนเป็ด

ในวันนี้ทางแอดมินจะมาพูดถึงวัสดุที่ใช้ทำที่นอนกันต่อจากของเดิม จะเป็นอะไรนั้นไปชมกันเลย

ที่นอนนุ่น (Kapok Mattress)

ที่นอนแบบที่สอง ที่ทางสากลโลกเขานิยมใช้กันนั้นคือที่นอนนุ่น เป็นที่นอนที่ใช้วัสดุธรรมชาติอีกเช่นกัน โดย ตัวใส้ที่ใช้ทำที่นอนนั้น เป็นผลผลิตมาจาก ต้นนุ่น ซึ่งเป็นพืชผลชนิดไม้ยืนต้น ให้ผลผลิตเป็นเส้นใยที่เหมาะกับการเอาไปทำใยนุ่น เพื่อใช้ในการทำเบาะ ที่นอน หมอนต่างๆ

ในสมัยก่อน ที่นอนที่ใช้นุ่นมาทำใส้นั้น จะนิยมทำเป็นที่นอนขนาดเล็ก แบบที่ใช้กับเตียงเดี่ยวขนาดประมาณ 3 – 4 ฟุต หรือจะใช้วางบนพื้นห้องเลยก็ได้ เพราะ ที่นอนนุ่นขนาด 3 – 4 ฟุตนั้น มีน้ำหนักค่อนข้างเบา ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายด้วยตัวคนเดียวได้โดยสะดวก

ที่จะเห็นมากๆ ก็พวกที่นอนหรือหมอนแบบไทยๆ หมอนอิง ที่นอนพับสามท่อนอะไรแบบนั้น

แต่ถ้าเราต้องการใช้กับ ที่นอนแบบเตียงคู่ก็ควรจะใช้แบบวางต่อกันเป็นท่อนๆ 3 ท่อน (ขึ้นอยู่กับขนาดของเตียง) ส่วนวัสดุที่นิยมใช้หุ้มที่นอนสมัยก่อนนั้นจะมีสองแบบ คือ ผ้าย่นหนังไก่ กับ ผ้าไหมญี่ปุ่น

แต่ในปัจจุบันนั้นเราสามารถหาซื้อที่นอนนุ่นที่มีคุณภาพได้ค่อนข้างยาก เพราะความต้องการที่ลดลง จึงไม่ค่อยมีใครผลิตของมาจำหน่ายและ ถ้ามีขายจริงๆ ต้องแน่ใจว่า ทางร้านไม่ได้นำของเก่าออกมาขายให้เรา หรือ เป็นที่นอนนุ่นผสม โดยจะมีวิธีสังเกตุง่ายๆคือ

– ที่นอนนุ่นใหม่ที่ดีต้องยัดแน่น ไม่นั่งลงไปแล้วรู้สึกยวบยาบ

– ที่นอนนุ่นใหม่จะต้องมีกลิ่นนุ่น ซึ่งกลิ่นนี้จะเป็นกลิ่นที่ไม่เหม็นอับ เป็นกลิ่นนุ่นธรรมชาติ จะใช้เวลาจางหายไป หลังจากใช้งานไปได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์

– ที่นอนนุ่นใหม่จะมีน้ำหนักเบากว่าที่คิดไว้ เนื่องจากตัวใยนุ่น ยังคงมีความเป็นเส้นใย และที่สำคัญ ไม่เป็นฝุ่น

ข้อดี

มีตัวไรฝุ่น (Mite) น้อยมากๆ เนื่องจากเป็นที่นอนที่ไม่ได้ผ่านการใช้งาน หรือถูกนำกลับมาใช้มาก่อน (Re-Use)
(สำหรับที่นอนนุ่นใหม่ เท่านั้น)

มีน้ำหนักเบา สามารถยกวาง ขนย้ายได้ง่าย
(ถึงแม้จะใช้กับเตียงขนาดใหญ่ๆ ถ้าเป็น ที่นอนนุ่น แบบฟูก 3 ท่อนต่อกัน ก็สามารถยกนำมาผึ่งแดดเองได้ไม่ยาก)

ให้ความรู้สึกที่เย็นสบาย ไม่อบความร้อน

ที่นอนนุ่นที่ดี ความยัดแน่น จะทำให้ไม่เป็นแอ่ง และ มีอายุการใช้งานได้นานหลายสิบปี

มีราคาค่อนข้างถูก

นุ่นยังคงมีความเป็นเส้นใย ไม่เป็นฝุ่น
(สำหรับที่นอนนุ่นใหม่ เท่านั้น)

ข้อเสีย

เมื่อที่นอนมีการยุบตัวลงแล้ว อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้
(ข้อเสียสำหรับที่นอนนุ่นเก่า หรือ ที่นอนนุ่นผสม)

มีอายุการใช้งานได้ไม่ยาวนาน เสียการคงรูปทรงได้ง่าย
(ข้อเสียสำหรับที่นอนนุ่นเก่า หรือ ที่นอนนุ่นผสม)

หาที่นอนที่จำหน่ายเป็นนุ่นใหม่ในปัจจุบันค่อนข้างยาก ต้องหาร้านดีๆ และ มีน่าเชื่อถือ

สะสมฝุ่นละอองได้ง่าย ไม่เหมาะกับคนที่เป็นภูมิแพ้
(ข้อเสียสำหรับที่นอนนุ่นเก่า หรือ ที่นอนนุ่นผสม)

ที่นอนอาจจะไม่นุ่ม และ เด้งดึ๋ง แบบ ที่นอนสปริง หรือ ที่นอนยางพารา
(แต่ตรงนี้จะเหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องนอนแล้วปวดหลังมากๆ)

หากไม่เคยใช้มาก่อน ช่วงแรกจะไม่ชินกับสัมผัสการนอนมาก แต่ใช้ไปสักพักประมาณ 2-3 สัปดาห์ นุ่นจะยุบลงมาปรับรองรับกับสรีระการนอนมากขึ้น

สะสมความร้อนได้ง่าย ไม่เหมาะสำหรับคนขี้ร้อน

ถ้าถูกหุ้มด้วยวัสดุผ้าย่นหนังไก่ ที่นอนจะมีขนาดที่บาง และมีความนุ่มที่น้อยลง

ตรวจสอบได้ยาก ว่าเป็นนุ่นใหม่แท้ 100% และ ไม่มีการผสมกับเศษผ้า หรือ วัสดุอื่นๆ เข้าไป

เห็นไหมว่า การเลือกซื้อที่นอนนุ่นนั้น แม้จะมีข้อดี แต่การหาซื้อนั้นกลับหายากเพราะ ผู้ผลิตมีน้อยราย ดังนั้นถ้าอยากจะหาซื้อที่นอนนุ่นมาใช้จริงๆ นั้น ก็ควรลองสังเกตุตามวิธีที่ทางเราแนะนำได้

สำหรับใครที่ อยากได้หมอนขนเป็ด สามารถติดต่อที่หน้าเว็บของ softsleepy กันได้เลย ส่วนบทความวันนี้ ก็ขอจบเพียงเท่านี้

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

หมอนขนเป็ดเทียมราคา

เลือกซื้อที่นอนอย่างไรให้เหมาะกับ หมอนขนเป็ดเทียมราคา ย่อมเยาว์ เพื่อการเข้าคู่ที่ดีที่สุด (ตอนที่ 3)

สวัสดีชาวเว็บ softsleepy กันอีกครั้ง หลังจากที่ครั้งก่อน เราได้พูดถึง การเลือกที่นอนให้เข้ากับ หมอนขนเป็ดเทียมราคา ถูกที่ทางเราได้หาซื้อมาใช้กันแล้วนั้น ไม่ว่าจะเป็น ความหนาของที่นอน และ วัสดุที่ใช้ในการทำคร่าวๆกันแล้ว

ในวันนี้ เราจะมาพูดส่วนต่อจากของของเดิมกันถึง วัสดุในแต่ล่ะแบบนั้นดีกับ หมอนขนเป็ดเทียมราคา ถูกที่เรามีอย่างไร กัน

หมอนขนเป็ดเทียมราคา

วัสดุที่ใช้ทำที่นอนนั้นแบ่งได้คร่าวๆ 5 แบบ คือ ที่นอนยางพารา (Latex Mattress),ที่นอนนุ่น (Kapok Mattress),ที่นอนใยมะพร้าว (Coconut Fiber Mattress),ที่นอนฟองน้ำ (Sponge Mattress),ที่นอนสปริง (Spring Mattress) ส่วนแต่ล่ะแบบนั้นจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร มาดูกันเลย

ที่นอนยางพารา (Latex Mattress)

ที่นอนยางพารานั้น ถูกสร้างมาจากวัสดุธรรมชาติจริงๆ คือ ยางพารา ตามชื่อของมันเลย คุณสมบัติของที่นอนชนิดนี้นั้นจะสามารถใช้งานได้ค่อนข้างยาวนาน คงทน มีความนุ่มและยืดหยุ่นได้ค่อนข้างดี แต่ ตัวที่นอนประเภทนี้นั้นจะมีน้ำหนักค่อนข้างมากและราคาจะค่อนไปทางสูงกว่าที่นอนชนิดอื่น ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติเหมือนกัน เช่น นุ่น หรือ ใยมะพร้าว โดย ที่นอนแบบนี้จะมีสองแบบคือ แบบ ยางพาราแท้ กับ ยางพาราแบบอัดแน่น

  1. ที่นอนยางพาราแท้ 100% (Natural Latex Mattress)

ที่นอนยางพาราแท้ เป็นที่นอนที่ทำมาจากยางพาราแท้ๆ จากธรรมชาติแบบ 100 % โดยไม่มีการปะปนกับวัสดุอื่นๆ ที่นอนยางพาราแท้จะทำมาจากการนำน้ำยางพารามาขึ้นรูปและผ่านกระบวนการอบในระดับอุณหภูมิที่เหมาะสม ให้ออกมาในลักษณะของแผ่นสีขาวขนาดใหญ่ จากนั้นก็นำแผ่นยางพาราที่ได้มาวางซ้อนกันเป็นชั้น เพื่อให้เกิดความหนา

ข้อดี 

  • มีผิวสัมผัสที่นุ่มละเอียด และยืดหยุ่นมาก
  • มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สามารถคงรูปทรงได้ดี ดูแลรักษาได้ง่าย
  • รองรับกับน้ำหนักมากๆ ได้
  • รองรับสรีระ ของร่างกายแต่ละคนได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน จากการนอนดิ้น การนอนพลิกตัวไปมา ได้เป็นอย่างดี
  • ไม่เก็บความชื้น รวมถึงฝุ่นละอองต่างๆ ทำให้ที่นอนไม่เกิดกลิ่นอับ
  • เป็นวัสดุจากธรรมชาติ ไม่มีสารสังเคราะห์ที่อาจทำให้เกิดภูมิแพ้

ข้อเสีย 

  • มีราคาค่อนข้างแพง เนื่องจากมีต้นทุนการผลิตที่สูง
  • อาจมีกลิ่นยาง ในช่วงแรกๆ ที่ใช้งาน
  • มีน้ำหนักมากกว่า เมื่อเทียบกับที่นอนที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติอื่นๆ อย่าง นุ่น หรือ ใยมะพร้าว อาจจะต้องใช้คนยกหลายคน ในขณะขนส่ง

2. ที่นอนยางพาราแบบอัดแน่น (Compressed Latex Mattress)

ที่นอนยางพาราแบบอัดแน่น คือที่นอนที่ใช้ยางพาราจำพวกเศษยางพาราแท้มาสังเคราะห์ และ บีบอัดรวมกันเป็นก้อนใหญ่ๆ แล้วจึงนำมาขึ้นรูปเป็นที่นอน แทนการนำน้ำยางมาขึ้นรูปอย่างแบบแรก

ข้อดี

  • มีความแข็งกว่าที่นอนแบบยางพาราแท้ พอสมควร หากใครชอบนอนที่นอนแข็งๆ ต้องถูกใจ
  • สามารถรองรับกับน้ำหนักมากๆ ได้ค่อนข้างดีพอสมควร
  • ไม่ยุบง่าย
  • ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน จากการนอนดิ้น หรือการพลิกตัวไปมาได้
  • มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
  • ราคาถูกกว่าที่นอนยางพาราแท้

ข้อเสีย

  • เมื่อใช้งานไปนานๆ อาจมีกลิ่นเหม็นอับของยาง เพราะระบายอากาศได้ไม่ดีพอ
  • มีน้ำหนักมากกว่า ที่นอนแบบยางพาราแท้จากธรรมชาติ
  • ราคาถูกกว่าที่นอนยางพาราแท้ พอสมควร

ในส่วนของที่นอนประเภทแรกจะมีเพียงเท่านี้ ถ้าจะให้สรุป ก็คงจะเห็นได้ว่า หากสนใจที่จะเลือกใช้ที่นอนแบบนี้เพื่อรองรับสรีระของตัวเองเวลานอน ให้คู่กับ หมอนขนเป็ดราคาพิเศษ ที่เราหาซื้อมาใช้นั้น หากมีต้นทุนเสียหน่อย ทางเว็บ softsleepy ก็อยากจะแนะนำ ให้ใช้แบบ ที่นอนยางพาราแท้ 100 % ไปเลยเพราะการเลือกซื้อที่นอนมาใช้นั้นเราไม่ได้จะเลือกซื้อมาบ่อยๆ ที่นอนหนึ่งหลังนั้นเราอาจจะใช้กันยันลูกโตเลยก็เป็นได้

แต่ถ้าใคร มีงบทุนที่ค่อนข้างจำกัดแล้ว หรือชอบที่นอนแบบที่แข็งกว่า ที่นอนยางพารา 100% ก็แนะนำให้ใช้แบบ ที่นอนยางพาราแบบอัดแน่น แทนก้ได้ แต่ทั้งนี้การเลือกซื้อที่นอนก็ควรขึ้นไปลองนอนจริงๆ เหมือนการเลือกซื้อ หมอนขนเป็ดราคาพิเศษ นั่นล่ะ

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

 

 

 

หมอนขนเป็ดราคา

เลือกซื้อที่นอนอย่างไรให้เหมาะกับ หมอนขนเป็ดราคา ย่อมเยาว์ เพื่อการเข้าคู่ที่ดีที่สุด (ตอนที่ 2)

หลังจากบทความก่อนที่ทางเว็บ softsleepy ได้นำเสนอเรื่อง เลือกซื้อที่นอนให้เหมาะกับ หมอนขนเป็ดราคา ย่อมเยาว์ เพื่อให้ทุกท่านได้หลับสบาย ในยามค่ำคืน กันไปแล้ว

ในวันนี้ ทางเว็บ softsleepy จะมาพูดถึงว่านอกจากการเลือก หมอนขนเป็ดราคา ย่อมเยาว์ กับที่นอนที่เหมาะสม นอกจาก ขนาดของที่นอนที่มีทั้งเตียงเดี่ยวและเตียงคู่แล้ว ยังมีเรื่องอื่นๆที่เราจำเป็นจะต้องรู้ ก่อนที่จะเลือกซื้ออีก หลายเรื่อง ไปดูกันเลย

หมอนขนเป็ดราคา

ความหนาของที่นอน (Mattress Thickness)

นอกจากขนาดแล้ว การเลือกซื้อที่นอนเรายังต้องเข้าใจถึงความหนาของที่นอน หรือ ก็คือความสูงของที่นอนนั่นเอง เพราะความหนาของที่นอนนั้นเป็นตัวบ่งชี้ถึงประสิทธิภาพของที่นอนแบบต่างๆได้เป็นอย่างดี

โดยทั่วๆไปนั้น ที่นอนที่มีความหนามากเท่าไร ก็จะยิ่งมีคุณภาพมากเท่านั้น แต่มันยังมาพร้อมกับราคาที่มากขึ้นอีกด้วย ซึ่ง ความหนาของที่นอนนั้นส่วนมากจะมีตั้งแค่ 6 – 12 นิ้ว หรือบางประเภท อาจจะมีความหนาไม่เยอะแต่สามารถนำมาซ้อนกันเพื่อให้เกิดความหนาที่มากขึ้น ได้ การเลือกความหนาของที่นอนนั้น ควรเลือกจากรูปแบบของเตียง และ ประเภทของที่นอนด้วย ดังนี้

ที่นอนแบบสปริง ควรจะเลือกที่มีความหนามากๆ เอาไว้ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว ที่นอนแบบสปริงที่มีความหนากว่า มักจะใช้วัสดุของสปริงที่มีคุณภาพสูงกว่า สามารถยืดหยุ่น ให้ตัว เองและ รองรับน้ำหนักได้ดีกว่า

เตียงที่มีพนักพิง บริเวณหัวนอน ที่สามารถใช้นั่งพิงหลังได้แบบโซฟา อาจจะเลือกใช้ที่นอนที่ไม่หนามากจนเกินไป เพื่อให้ระดับความสูงของศรีษะเวลาที่นั่งหลังพิงพนักอยู่ในระดับที่พอดี และเหมาะสม

ที่นอนยางพาราแท้ อาจจะไม่จำเป็นต้องเน้นเรื่องความหนามากนัก เพราะเป็นที่นอนที่ใช้วัสดุธรรมชาติที่ค่อนข้างมีน้ำหนักและความนุ่ม ยืดหยุ่นในตัวอยู่แล้ว อาจจะเลือกความหนาอยู่ที่ประมาณ 4-8 นิ้ว ยิ่งมีความหนามากขึ้น ก็จะมีความนุ่ม และยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

ที่นอนที่วางไว้ติดกับพื้น (แบบที่ไม่ใช้เตียง) ไม่ว่าจะเป็นที่นอนประเภทไหน ควรเลือกใช้ความหนาที่มากหน่อย ซึ่งไม่ควรน้อยกว่า 8 นิ้ว เพื่อช่วยให้การลุกยืนจากที่นอน สามารถทำได้สะดวกมากขึ้น

ประเภทของที่นอน (Mattress Type)

ประเภทของที่นอนนั้นแบ่งได้หลายประเภท ซึ่งจะเน้นจากวัสดุที่ใช้ทำเป็นส่วนมาก โดยจะแบ่งหลักๆได้สองประเภท คือ วัสดุจากธรรมชาติ (Natural Materials)  กับ วัสดุสังเคราะห์ (Synthetic Materials) รวมทั้งแบบผสมกันของทั้งสองวัสดุ โดย เราจะแบ่งที่นอนออกหลักๆเป็น 5 หมวด คร่าวๆ คือ

ที่นอนยางพารา (Latex Mattress),ที่นอนนุ่น (Kapok Mattress),ที่นอนใยมะพร้าว (Coconut Fiber Mattress),ที่นอนฟองน้ำ (Sponge Mattress),ที่นอนสปริง (Spring Mattress)

เห็นหรือยังว่า การเลือกซื้อที่นอนนั้น ยังคงมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาอีกมากมาย นอกจาก ประเภทของเตียงและความหนาแล้ว ยังมีเรื่องของวัสดุที่ใช้มาทำใส้ที่นอนอีก ในครั้งหน้าเราจะมาอธิบายถึงวัสดุแต่ล่ะแบบกันว่าดียังไง และเหมาะกับใครกัน

ส่วนใครที่ยังหาหมอนขนเป็ดดีดี เพื่อใช้นอนคู่กับที่นอนสุดหรูของตัวเองไม่ได้ เชิญทางนี้เลย เว็บ softsleepy  ขายหมอนขนเป็ด ราคาดีดี ทีทุกคนแตะต้องได้ สามารถเลือกซื้อ หมอนขนเป็ด ดีดีได้ที่ช่องทางหน้าเว็บได้เลย

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

 

 

หมอนขนเป็ดเทียม

เลือกซื้อที่นอนอย่างไรให้เหมาะกับ หมอนขนเป็ดเทียม เพื่อการเข้าคู่ที่ดีที่สุด (ตอนที่ 1)

หลังจากที่ทางเว็บ softsleepy ได้แนะนำเรื่องการหาซื้อหมอน หรือ หมอนขนเป็ดเทียม ดีดี ให้เหมาะกับการหนุนนอน กันไปหลายบทความแล้วนั้น ผู้อ่านทุกท่านจะได้ทราบว่า นอกจากหมอนที่เหมาะสมกับหัวเราเองแล้ว ที่นอนเองก็ไม่ต่างกัน

การเลือกซื้อที่นอนให้เหมาะกับ หมอนขนเป็ดเทียม นั้นสำคัญพอพอกับการเลือกซื้อหมอนเอง เพราะว่า หมอนนั้นเราใช้หนุนแค่หัวของเรา แต่ที่นอนนั้นรองรับตัวเราทั้งตัว ดังนั้นในบทความนี้ ทางเว็บ softsleepy จึงอยากจะนำเสนอเรื่องของที่นอนให้ครบถ้วนมากที่สุด ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

หมอนขนเป็ดเทียม

ขนาดของเตียงนอน

การเลือกที่นอน อย่างแรกๆ เลยนั้นคือความเหมาะสมของขนาดเตียง และที่นอน เพราะในสังคมปัจจุบันนั้น คนเราอาจจะไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้าน หลังใหญ่เหมือนสมัยก่อนๆ แล้ว บางคนอาจจะอาศัยอยู่ในห้องพักแคบๆ หรือ อาจจะอยู่คอนโดหรูๆ ก็ได้ ดังนั้นการเลือกขนาดเตียงและที่นอนให้เหมาะสมกับสถานที่นั้น เป็นเรื่องสำคัญ ถึงแม้จะไม่มีปัญหาเรื่องขนาดสถานที่แต่ ก็ยังคงต้องใส่ใจในเรื่องของขนาดตัวของคนนอนเองเช่นกัน ถ้าคนตัวใหญ่ไปใช้เตียงหรือที่นอนเล็กๆ นั้นก็คงไม่ค่อยจะเหมาะเท่าไรนั้น

แต่ก่อนที่เราภูดถึงขนาดเตียง ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า แต่ล่ะประเทสนั้น ไม่ได้มีการแบ่งขนาดของเตียงออกเป็น สากลโลกกันเท่าไรนัก อย่างเช่นประเ?สไทยนั้น แบ่งขนาดของเตียงออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ เตียงเดี่ยว และ เตียงคู่

เตียงเดี่ยว (Single Bed)

มาตรฐานความกว้างของเตียงเดี่ยวในบ้านเรานั้น จะอยู่ที่ประมาณ 3.5 ฟุต หรือ ประมาณ 3 ฟุตครึ่งตามภาษาบ้านๆ เตียงประเภทนี้ก็ใช้งานตามชื่อเตียง เลยคือ ใช้นอนคนเดียว เป็นเตียงขนาดเล็ก ทำให้ไม่กินพื้นที่ห้องมากนัก เหมาะกับผู้ที่มีพื้นที่ใช้สอยไม่ค่อยเยอะ

หลายๆโรงแรมหรือรีสอร์ท อาจจะเลือกใช้เตียงเดี่ยวมากกว่า 1 เตียงในการจัดห้องไว้รับแขก แบบนั้นจะเรียกว่า ” Twin Bed ” แต่หลายๆคน เมื่อเห็นคำว่า Twin แล้ว มักจะเข้าใจว่าเป็นเตียงคู่แบบใหญ่ๆ แต่จริงๆแล้วกลับเป็นเตียงเดี่ยว 2 เตียงที่ทางโรงแรมนั้นจัดวางไว้คู่ ในห้องเดียวกันซะมากกว่า และมักจะมีโค๊ะหรือโคมไฟหัวเตียงคั่นกลางเอาไว้อยู่ระหว่างสองเตียงให้ด้วย ดังนั้นหลังจากอ่านบทความนี้แล้วให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Twin Bed กันใหม่นะ

เตียงคู่ (Double Bed)

เตียงคู่ หรือ (Double Bed) หรือหลายๆคนอาจจะเรียกว่า Full Bed เตียงแบบนี้จะเป็นเตียงขนาดใหญ่เริ่มตั้งแต่ 4 ฟุตครึ่ง ไป จนถึง 6 ฟุต คุณสมบัติหลักๆของมันนั้นจะเน้นที่การนอนแล้วสามารถพลิกตัวไปมาได้สะดวกสบาย มากกว่าแบบ เตียงเดี่ยว เหมาะกับห้องที่มีขนาดกว้าง โดยเตียงแบบนี้จะมีความกว้างหลักๆในบ้านเราอยู่ 3 แบบ คือ

  1. Double Size Bed (เตียงนอน 4 ฟุต)
  2. Queen Size Bed (เตียงนอน 5 ฟุต)
  3. King Size Bed (เตียงนอน 6 ฟุต)

เป็นอย่างไรบ้างกับการทำความรู้จักที่นอนในแต่ล่ะแบบเพื่อให้เหมาะกับการพักผ่อนของเราในแต่ล่ะวันกันไปแล้ว อย่างที่ผู้เขียนบอก ว่า การเลือกที่นอนไม่ใช่แค่เลือกตามกำลังทรัพย์หรือความชอบ การเลือกให้เหมาะกับขนาดห้อง และ ตัวผู้นอนเองก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน

หลักเกณฑ์การเลือกซื้อที่นอน ให้เหมาะ หมอนที่เราใช้หนุนนอนนั้นยังไม่จบเพียงเท่านี้ ในบทความต่อไปนั้นเรายังมีข้อมูลดีดี มานำเสนอให้ผู้อ่านได้อ่านกันอย่างแน่นอน ดังนั้นหากใครที่เตรียมตัวที่จะซื้อที่นอนและยัง คิดว่า จะ ซื้อหมอนขนเป็ด เพื่อให้เหมาะกับที่นอนที่เล็งไว้แต่ไม่รู้ว่าจะหาจากไหน สามารถติดต่อผ่านช่องทางของเว็บ softsleepy ได้เลย

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้